[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by ATOMYMAXSITE 2.5
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป  
English Chinese (Simplified) Chinese (Traditional) French German Italian Japanese Korean Portuguese Russian Spanish Vietnamese Thai     
ค้นหา   
เมนูหลัก
ระบบสมาชิก
Username :
Password :
[ สมัครสมาชิก ] | [ ลืมรหัสผ่าน ]
สมาชิกทั้งหมด 2 คน
สมาชิกที่กำลังออนไลน์ 0 คน
link banner
e-Learning

สหวิทยาเขต
e-Learning



  

   เว็บบอร์ด >> ห้องนั่งเล่น >>
สิ่งเล็กๆ ที่เราไม่ควรมองข้าม ตอนที่ 3  VIEW : 7    
โดย ณณ

UID : ไม่มีข้อมูล
โพสแล้ว : 1
ตอบแล้ว :
เพศ :
ระดับ : 1
Exp : 20%
เข้าระบบ :
ออฟไลน์ :
IP : 209.97.168.xxx

 
เมื่อ : พุธ ที่ 2 เดือน ตุลาคม พ.ศ.2562 เวลา 20:49:55    ปักหมุดและแบ่งปัน

ช่วยให้เด็กมีระเบียบวินัยมากขึ้น รู้จักการยับยั้งตัวเองได้ อยู่ในกฎกติกาและเข้าใจว่าควรจะทำอะไร จะทำให้อาการของเด็กค่อยๆ ดีขึ้นเรื่อยๆ รวม ถึงการบำบัดอื่นๆ เช่น ในเด็กสมาธิสั้นให้สวดมนต์ นั่งสมาธิ เล่นกีฬา รวมถึงการฝึกให้อยู่ในกฎระเบียบ ไม่
อนุญาตให้เล่นของเล่นหรือมีสิทธิพิเศษมากกว่าเด็กคนอื่น 2. ในกรณีที่เด็กมีปัญหาอยู่ด้วยกันจำนวนมากๆ ในเวลาเรียน เพราะผิวสัมผัสเขาไม่ค่อยดี แล้วก็ชอบเล่นนิ้ว คือเอาเล็บจิกกับนิ้วตัวเอง เพื่อกระตุ้นให้ เกิดความรู้สึกขึ้นมา การรักษาที่จะให้ผลดี
ในระยะยาวที่ดีที่สุดคือ การรับประทานยาควบคู่กับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเด็กร่วมด้วย เพราะการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจะ ครูควรจัดโต๊ะเรียนเป็น กลุ่ม 4-6 คน อย่าให้เขาจัดกลุ่มเองเด็ดขาด เพราะเพื่อนไม่อยากเอาเข้ากลุ่ม และใช้จิตวิท ยากลุ่ม เช่น
เวลาครูสอนให้ถาม คำถามเป็น  ไม่ให้คะแนนเพิ่มเติม หรือตัดคะแนน พอถูกหักคะแนนเขาก็เริ่ม ซึ่งจะได้ผลดีในระยะยาว สำหรับเทคนิคการช่วยเหลือเด็กกลุ่มนี้ในชั้นเรียนมีคำแนะนำดังนี้ 1. ครูควรวางขอบเขตพฤติกรรมของเด็ก ต้องไม่ทำร้ายข้าว
ของ ไม่ทำร้ายคนอื่น และได้สิทธิเท่าเทียมกับคนทั่วไป เช่น การใช้เวลาไม่เกินคนอื่น กลับมากระตือรือร้นในการเรียนเพิ่มขึ้น 4.วิธีการที่จะสอนได้ดีที่สุดในเด็กแอลดี ซึ่งจะมีปัญหาด้านการอ่าน การเขียน การสะกดคำ ก็คือการให้เด็กได้อ่านออกเสียงวันละ
15 นาที ไม่เกิน 30 นาที เคยสังเกตมั้ยว่า เด็กรูปร่างหน้าตาดี ฉลาดเฉลียว ไม่บ่งบอกว่ามีอาการป่วยหรือมีความผิดปรกติทางร่างกายแต่อย่างใด ช่วงๆ เป็นคำถามง่ายๆที่เขาตอบได้ จะทำให้เขามีความสนใจมากขึ้น เพราะเพื่อนๆ จะช่วยให้เขาตอบ
คำถาม 3. ใช้วิธีแรงเสริมทางบวกโดยการให้รางวัลกระตุ้นจูงใจ เช่น การให้ดาว สติ๊กเกอร์ คะ แนน รวมถึงครูสามารถให้แรงเสริมทางลบได้คือ  ทำไมจึงเรียนหนังสือไม่รู้เรื่อง อ่านหนังสือไม่ออก เข้ากับเพื่อนๆ ไม่ได้ หรือนั่งนิ่งๆไม่ได้เลย ในทางการ
แพทย์เด็กเหล่านี้อยู่ในข่ายของอาการ "สมาธิสั้น-บกพร่อง ทางการ เรียนรู้-ออทิสซึ่ม" ซึ่งเป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับความบกพร่องทางการเรียนรู้ และแสดงพฤติกรรม "แตกต่าง" กันไปตามอาการของโรค ซึ่งมักเป็นปัญหาต่อการเรียนรู้ของเด็กในชั้น
เรียนมากที่สุดในยุคนี้ ในการสังเกตพฤติกรรมของเด็ก 3 กลุ่มคือ สมาธิสั้น บกพร่องทางการเรียนรู้ (Learning Disorder-LD) และออทิสซึ่ม หรือออทิสติก (Autism Spectrum Disorder) ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มเด็กที่มีปัญหาเรื่องพฤติ กรรมในชั้นเรียน
สามารถแยกได้ 5 ด้าน ได้แก่ ด้านพฤติกรรมทั่วไป ด้านภาษา ด้านความสัมพันธ์ ด้านการรับรู้ความเป็นจริง ด้านความเคลื่อน ไหวและสมาธิ ปัญหาที่เห็นชัดเจนของเด็กแต่ละกลุ่มก็คือ เด็ก แอลดีมักจะมีปัญหาชัดเจนเรื่องการเรียน เรียนรู้ได้ช้า ไม่ค่อย
เข้าใจ เพราะเขาบกพร่องทางการเรียน มีปัญหาด้านการเรียนมากกว่าการปรับตัว หรืออาการเจ็บป่วยอื่นๆ ส่วนเด็กสมาธิสั้น ปัญหาที่มักจะพบก็คือ การรบกวนในห้องเรียน เดินไปเดินมา อยู่ไม่นิ่ง ขยับตัวไปมา ทำเสียงโวยวายหงุดหงิด หรือรบกวนเพื่อน
แกล้งเพื่อน ขณะที่เด็กออทิสติกจะมีปัญหาเรื่องการปรับตัวสื่อสาร หรือพูดกับคนอื่นไม่ค่อยรู้เรื่อง กินอะไรซ้ำๆ เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ทักษะสังคมไม่ค่อยดี เข้ากับ
เพื่อนไม่ค่อยได้ เด็กออทิสติกจึงมีปัญหาเรื่องการปรับตัวมากกว่าปัญหาเรื่องการเรียน เด็กแอลดีจะไม่มีภาวะบกพร่องทางด้านสติปัญญา สมองของเขาปรกติดี แต่จะมีปัญหาเรื่องการเรียนรู้ เพราะการรับรู้ประสาทสัมผัสดี แต่พอมาถึงการแปลความจะแปลความสับสน ทำให้พูดออกมากลับกัน สับสนซ้ายขวา ตัวหนังสือหัวเข้า หัวออก
ใช้ไม้เอกไม้โทไม่ถูกต้อง ส่วนเด็กสมาธิสั้นจะมีภาวะของสารเคมีในสมองที่หลั่งผิดปรกติ มีพลังเยอะ เป็นเด็กที่ตื่น ตัวตลอดเวลา เวลาเราสั่งงานจึงต้องให้ขอบเขตและกติกาอย่างชัดเจน ขณะที่เด็กออทิสติกจะกลัวมากถ้ามีอะไรกะทันหันโดยที่ไม่บอก
เขาล่วงหน้า เพราะปรับตัวไม่ค่อยได้ สำหรับปัญหาพฤติกรรมของเด็ก 3 กลุ่มที่มักพบในชั้นเรียนคือ การที่เด็กควบคุมอารมณ์ตัวเองได้น้อยและอยู่ไม่นิ่ง มาจากสาเหตุ 2 ประเด็น ด้วยกันคือ การอบรมเลี้ยงดูจากที่บ้านที่ไม่ค่อยมีวินัย และตัวเด็กเองมีความ
กังวล โดยเฉพาะเด็กสมาธิสั้นจะกังวลมากถ้าเขาได้เรียนวิชาที่ต้องใช้สมาธิมากๆ อยู่นิ่งๆ หรือต้องนั่งนิ่งๆ ฟังอะไรนานๆ แต่เด็ก LD จะกลัวที่สุดคือ กลุ่มวิชาทางด้านภาษาและคณิตศาสตร์ ส่วนเด็กออทิสซึ่มจะเกลียดและกังวลที่สุดคือ วิชาลูกเสือ
เพราะต้องอยู่ในกฎระเบียบที่ต้องทำตาม ทำ ให้รู้สึกหงุดหงิด ลักษณะการเลี้ยงดูของพ่อแม่ไม่ให้รู้จักความลำบาก ทำให้เด็กติดความสบาย ขาดความกระตือรือร้น ขาดความอดทน มีความพยายามน้อย เรามักจะเจอในเด็กออทิสติกกับสมาธิสั้น กรณีเด็ก
ออทิสติก ครูสังเกตได้ง่ายๆ คือ "ไม่สบตา ไม่ พาที ไม่ชี้นิ้ว" ไม่สบตา คือเวลาคุยด้วยไม่สบตา ไม่พาที คือไม่ค่อยพูด ไม่บอกว่าต้องการอะไร สื่อสารไม่ค่อยได้ ส่วนไม่ชี้นิ้ว ก็คือไม่สนใจว่าต้องการอะไร คือไม่สามารถชี้นิ้วได้ นอกจากนี้ยังพบว่า เด็กชอบ
เดินเขย่งเท้า


รวบรวมเนื้อหาโดย UFA369 เว็บเกมส์ UFABET อันดับ 1 ของไทย

สมัคร แทงบอล และ คาสิโนออนไลน์ ที่ดีที่สุด



โดย ขข
UID : ไม่มีข้อมูล
โพสแล้ว :
ตอบแล้ว : 2
ระดับ : 1
Exp : 100%
IP : 178.128.117.xxx

 
ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 9 ต.ค.. 2562 : 22:50

บนพื้นผิวโลก จึงเคลื่อนผ่านบริเวณที่เกิดน้ำขึ้นและน้ำลงทั้งสองด้าน ทำให้เกิดน้ำขึ้นน้ำลง วันละ 2 ครั้ง เนื่องจากดวงจันทร์โคจรรอบโลก ขณะที่โลกเองก็หมุนรอบตัวเอง จึงทำให้เรามองเห็นดวงจันทร์ขึ้นช้าไปวันละ 50 นาที หนึ่งวันมีน้ำขึ้น 2 ครั้ง ดังนั้นน้ำขึ้นครั้ง
ต่อไปจะต้อง บวกไปอีก 12 ชั่วโมง 25 นาที เช่น น้ำขึ้นครั้งล่าสุดน้ำขึ้นเวลา 24.00 น. น้ำขึ้นครั้งต่อไปประมาณเวลา 12.25 น. และในวันถัดไปน้ำจะขึ้นประมาณเวลา 00.50 น. ปรากฏการณ์น้ำเกิดน้ำตาย ในวันขึ้น 15 ค่ำ และวันแรม 15 ค่ำ ดวงอาทิตย์ โลก และดวง
จันทร์เรียงตัวอยู่ในแนวเดียวกัน แรงโน้มถ่วงของดวง อาทิตย์และดวงจันทร์เสริมกัน ทำให้แรงไทดัลบนโลกเพิ่มขึ้น ส่งอิทธิพลให้ระดับน้ำขึ้นสูงสุดและระดับน้ำลงต่ำสุดแตกต่างกัน
มากดังภาพ เรียกว่า "น้ำเกิด" (Spring tides) ในวันขึ้น 8 ค่ำ และวันแรม 8 ค่ำ ดวงอาทิตย์ โลก และดวงจันทร์อยู่ในแนวตั้งฉากกัน


รวบรวมเนื้อหาโดย UFA369 เว็บเกมส์ UFABET อันดับ 1 ของไทย

สมัคร แทงบอล และ คาสิโนออนไลน์ ที่ดีที่สุด

      
1